(เมื่อเด็กแก่แดดคุยกันสองคน)
 


1

      พอดีวันนี้หลังดูวู้ดดี้จบ นานาเองก็มีโอกาสได้ไปเม้ามอยกับ @saa3 , พี่สาม  น้องเล็กและบอสใหญ่แห่ง studio.more  ( ซึ่งพี่ป๋อ, พี่สาวของครอบครัวตัว more ก็เพิ่งถูกพูดถึงในเอนทรี่ขึ้นฮอตไปไม่นานนี้ 555+)


2

      คือพี่สามกับนานารู้จักกันตั้งแต่ยังเด็กๆละค่ะ , เรียกได้ว่าเห็นกันมาตั้งแต่เป็นเด็กเกรียนๆ จนเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นตอน ปลายแล้ว (พี่สามเพิ่งเทิร์นเข้าวัยมหาลัยไปได้ปีนึง ส่วนนานาก็กำลังจะเข้ามหาลัยในเร็วๆนี้)

      แต่ถ้าพูดถึงอายุ นานาว่าสำหรับตอนนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เด็กๆจะสนใจสายงานแนวๆนี้ :D  เชื่อว่าชาวเอ็กซ์ทีนที่วาดรูปหลายๆคนเลยก็ยังอยู่ในวัยมัธยม (ประถมก็มี)

3

 
      วันนี้ในฐานะวัยรุ่นคนนีง ก็ขอนำบทสนทนาที่มาจาก "คนวัยเรา" ใน "สายงานแบบเราๆ"
มาให้อ่านกัน ..... จริงๆแล้วก็อย่างที่เน้นไปเนอะว่าเป็นมุมมองของวัยรุ่นสองคนที่คลุกคลีกะมัน ถึงจะยังไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จแล้ว แต่คิดว่าเอนทรี่นี้  ระหว่าง ทาง ของพวกเราจะเป็นประโยชน์ และแรงบันดาลใจให้กับหลายๆคน(โดยเฉพาะน้องๆ) ไม่มากก็น้อยค่ะ

ผิดพลาดหรืออยากโต้แย้งประการใด เชิญค่า :D

 

อนึ่ง ยาว! (สีชมพูคือตัวนานาค่ะ)

 

 

 

 

• เฮ้ยพี่สาม พูดถึงเรื่องที่บ้านเนี่ย มีเพื่อนนานาแม่งแบบพ่อแม่เขาไม่หนับหนุนให้วาดรูป

• คือตอนแรกก็อินกับเขานะ แต่พอมาคิดดูอะ เหมือนมันวาดอยู่คนเดียว โอตาคุอยู่คนเดียว คือถึงเก่งแต่สิ่งที่พ่อแม่รับรู้คือมันติดการ์ตูน

5555+

แล้วเขาจะหนับหนุน ได้ไงในเมื่อคุณไม่แสดงให้เขารู้ว่าคุณกำลังชอบกำลังอยากทำอะไร

เรื่องครอบครัวนะ มันเป็นส่วนนึงที่จะมาส่งเสริม ถ้าครอบครัวเค้าสนับสนุน แต่ถ้าไม่สนับสนุน ก็ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จไม่ได้  แต่คนไหนที่ ผปค สนับสนุนนะมีชัยไปกว่าครึ่ง

อูอา

คือ ท้าวความไปถึงพี่สาวเลยดีกว่า(พี่ป๋อ) จะได้เห็นถึงทัศนคติพ่อแม่พี่ค่อนข้างชัด
คือ แกทั้งคู่ เป็นคนมองการณ์ไกล และมีเหตุผลนะ ตอนที่พี่ป๋อแกบ้าวาดรูป พ่อแม่ก็โอเค และคิดว่า ก็เพราะเค้าชอบอะเนาะ ปล่อยเค้าไป จนมาถึงวันนี้ มันเห็นผลได้ด้วยการที่มันเป็นงาน และทำเงินได้จริง มันเลยเป็นตัวช่วยให้เค้ายิ่งสนับสนุนนะ


และก็ที่สำคัญ เลย ที่จะทำให้เค้ายิ่งสนับสนุนเราไปอีกอะ ก็คือตัวเรานี่แหละ

•  จริง

พี่กับพี่สาวพี่ ไปบ่นกับพ่อแม่บ่อยๆ เรื่อง ความฝันในงานด้านนี้  แบบ ชอบเปิดการ์ตูน ghibli ให้ดูบ่อยๆ ละบอกข้อดีมัน พ่อแม่พี่ก็ค่อยๆแบบ เออเฮ้ย อย่างงี้ต้องหนับหนุน

จุดเนี้ย เลยสามารถทำให้พี่ค่อยๆก่อร้างสร้างตัวขึ้นมาได้นี่แหละ
เอาที่เห็นได้ชัดก็อุปกรณ์ก็ได้ จากคอมธรรมดา พ่อแม่ก็ช่วยสนับสนุนเงิน ให้ได้คอมที่มันเทพขึ้น รับงานได้ใหญ่ขึ้น อย่างงี้นี่แหละ

55+ นานาแอบคิดว่าถ้ารักในสายงานนี้จริงๆแต่มีอุปสรรคเรื่องที่บ้าน เราต้องดูก่อนว่าเราเองได้ทำอะไรให้พ่อแม่เชื่อใจคุณรึยัง แต่ถ้าวันนึงเดินไปหาแม่แล้วบอกว่าเฮ้ยแม่ ไ้ด้ตังค่าปกนิยายที่วาดละ ปะไปกินหนมกัน มันก็ดีกว่าซุ่มๆปะ แต่คนที่พยายามแล้วยังไม่สำเร็จในตอนนี้ก็เอาใจช่วยอยู่ *-*

ที่บ้านนานาไม่มี ปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้วด้วยแหละ แ่ต่นานาว่าที่เขาโอเคด้วยก็เพราะนานาทำให้เขาเชื่อว่านานาทำได้

พี่ก็ภูมิในครอบครัว พี่อะคือแบบ แกเต็มที่กะมัน แกไม่รุเรื่อง แต่แกก้อยากส่งเสริม ไรเงี้ยจนแกรุจัก final cut รุจักว่า render คืออะไร เพราะพี่ชอบไปบ่น 55

เดี๋ยวบอกพ่อ สมัครทวิตเตอร์บ้าง 555+

 

 


555+ เออเดี๋ยวนี้เวทีให้แสดงงานมันเยอะจะตายไป

ช่ายๆ

เอาแค่ใน exteen ดิ  เด็กเก่งๆเต็มเลย ม1 ม2 ยังงี้คือวงการมันเติบโตขึ้นป่าว

• เออสุดยอดเนาะหลายๆคน

•  พี่กำลัง เห็นอะไรหลายๆอย่าง มันกำลังพัฒนานะ พี่มองเรื่องการสนับสนุนของระดับผู้ใหญ่
คือ เห็นหลายองค์กรเค้าพยายามที่จะส่งเสริม จะก็เทคโนโลยีนะ ที่มี social network หรืออะไรหลายอย่างที่จะช่วยเผยแพร่ความเก๋าได้

•  จริงๆแหละ คือเดี๋ยวนี้นานาว่าเทียบกับรุ่นพี่หลายๆคนแล้วนะ เขาก็บอกว่าเด็กสมัยนี้มีโอกาสมากขึ้น คือมีพื้นที่ให้ได้แสดงงานเยอะ งานประกวดเยอะ งานอีเวนท์เยอะ อะไรมากมาย คือพูดง่ายๆมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองมากขึ้น

อย่างนานาก็ไม่ได้เก่งเลยว่ะพี่ แต่นานามีโอกาสเยอะถ้าเทียบกับคนที่อยู่เฉยๆ

•  เออพี่มีความฝันนะ ขั้นสุดพี่คืออยากให้ไทยมีอุตสาหกรรม animation จริงจังแบบญี่ปุ่นได้ อะไรแบบนี้ ฮ่าๆ

ละตอนนี้เป็นไงอะ

มันกำลังจะเริ่มต้น ครับ

จริงๆเราเริ่มไปแล้วปะแต่เป็นวงเล็กๆ เห็นงานหลายคนคือแม่งเจ๋งอะ 

ถ้าวงเล็ก หรือว่าอะไรในระดับเรา พี่ว่ามันเริ่มไปใช้ได้แล้วล่ะ
แต่ว่าระดับใหญ่ๆ ระดับประเทศ พี่ว่ามันกำลังจะเริ่ม

  พูด ถึงเรื่องโอกาสต่อ นานาว่าเป็นเด็กนี่ดีว่ะ เหมือนแบบ เราได้โอกาสตอนอายุยังน้อย คือถ้าเกิดทำไม่ดีเท่าที่ควรคนก็มองว่าเพราะยังเด็ก แต่ถ้าทำดีก็มีคนผลักดันใ้ห้พุ่งไปข้างหน้า

แต่พอเราโตแล้วคุณต้องทำ ให้ดี มันเหมือนกับว่าใน ช่วงวัยรุ่นเราได้มีโอกาสทดลองหลายๆอย่าง ที่ถ้าไม่สำเร็จมันก็ไม่เสียหาย

จริง

 

 

ละอย่างพี่สามเริ่ม เริ่มมาจากไหนเหรอ (คือเราก็เห็นกันเองตั้งแต่เริ่มแหละ แต่เผื่อคนอื่นอยากรู้)

มันมีมา ตั้งแต่เด็กแหละ 55 มาจากเรื่องของความชอบ พวกการ์ตูน เอ็ฟเฟ็ก กราฟฟิก เห็นละอยากทำได้มั่ง อะไรงี้ 55

แต่พอยิ่งโต ความสนใจใหม่ๆมันก็มีมาเรื่อยๆนะ แบบตอนนี้ ก็อยากทำการ์ตูน ที่สื่ออะไรออกมา ให้มันเตะใจให้ผู้คนกลับมามองครอบครัว มองสังคมรอบข้าง อะไรประมาณนี้ จากการที่ดูการ์ตูน ghibli นี่แหละ 55

(นานาก็อยากว่ะ แต่ที่คิดไว้คือเป็นหนัง)

(ชิมิๆๆ)

อะๆ สนใจแล้วพี่สามทำไงต่อ

ก็ ทำเลย
ฮ่าๆๆ คิดซะว่า เราต้องทำไงต่อดี ถึงจะสานฝันต่อไป

เหมือนถ้างานพี่ นะ พี่ อยากทำได้แบบ ghibli ก็ต้อง เริ่มเลย อะตอนนี้เราอยู่จุดไหน เราเป็นตัวอะไร ต้องทำอะไรต่ออะไรงี้แหละจ้ะ สร้างไฟให้ตัวเองไว้

ละอย่างย้อนกลับไป สมัย ม ปลายเลย ที่รับงานซีซ่าอะ การทำงานมันมีผลต่อชีวิตนักเรียนของพี่มากแค่ไหน

ค่อนข้างมีผลจ้ะ หลักๆเลยคือเรื่องเวลา ที่ค่อนข้างเบียดเบียนเวลาเกรียนไปพอสมควร
และความเกรียนนี่แหละ ที่มันไปฟูมฟักตัวขี้เกียจต่อ
และยังไร้วุฒิภาวะในการทำงานพอสมควรนะ ประมาณนี้แหละ 

ละคิดไงถึงลองรับดู เหรอ จำได้ว่าตอนนั้นเป็นประธาน นร ด้วยนี่คือทำกิจกรรมโรงเรียนไปด้วย

อ๋อ เงินจ้ะ 555
กับคิดว่า นี่มันโอกาสสำคัญเลยนะเว้ย ไม่รับเอ็งพลาดแน่ไอ้สาม!!!

เลยรับ

55555555+ ละสรุปว่าคิดถูกใช่ปะ เพราะจำได้ว่าทำงานโคตรหนักเลยนะ

แพง 555
คิดถูกจ้ะ (มุก)
เพราะเรียนก็ ไม่ค่อยเรียนเป็นปกติอยู่ละ ตอน ม.6 เนี่ยแหละ เลือกสายเรียนยังผิดเลย เลยคิดว่า ผิดละก็ต้องผิดให้ถึงที่สุด (555 ไม่ใช่แระ)

ละอย่างตอนจะเข้ามหา ลัยทำไงอะพี่

เออช่าย ไอนี่ก็จุดสำคัญ ด้วยความที่ตอนที่ มัธยม เราไม่ค่อยมีเวลา เราเลยพยายามหาวิธีหลบหลีก ให้มันผ่านไปได้ดี หลักๆก็เวลานี่แหละ ไม่ค่อยมี

แต่พอขึ้นมหาลัย ละเวลาเพิ่มขึ้นมาาาากกกกกก (โดดเยอะเหมือนเดิม) เลยทำให้การทำงานเรา มันดูง่ายขึ้นมากเลย มันเหมือนเล่นเกมนี่แหละ แบบ เราไปเวลสูงละ กลับมาเล่นด่านแรกๆมันเลยง่าย มันเลยเป็นโอกาสที่ให้พี่ได้ไปด่านต่อไปนี่แหละ

•  คือ ยึดงานนี้ เป็นอาชีพตรูละนี่แหละ
พอใช้คำนี้ คำว่าอาชีพ เลยทำให้เราต้องจริงจังขึ้นเยอะ มันคือชีวิตเราไปแล้ว

(ทำไมตรูตอบยาวตลอดเลยวะ)

อื้ม อย่างพี่สามตอนนี้ก็เพิ่งจะเข้าสู่ตัวอุตสาหกรรมปะ

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าเข้าละยัง 555 แต่ที่รู้ๆคือเพิ่งเริ่มต้นเหมือนกันจ้ะ

เอาใจช่วย 55+

เนี่ย จุดๆนี้ก็ได้ ที่ทำให้เห็นว่า การที่เราคว้าโอกาสเมื่อยังอายุน้อย มันได้เปรียบ
แบบ ถ้าพี่อยากตั้งบริษัท เริ่มต้นตอนนี้ อายุ 19 เก็บประสบการณ์ไปเรื่อย ตอนอายุ 24 มันอาจจะพัฒนาไปไกลกว่าที่คิดก็ได้ เทียบกับคนที่อยู่เรื่อย จบมาอายุ 23 ยังไม่มีประสบการณ์ ถ้าจะเริ่มต้น ไปเรื่อยๆ วัยมันก็ล่วงเลยไปเรื่อยๆเหมือนกันนะ

เวลา 1 ปีไม่ใช่เวลาสั้นๆ ฮ่าๆ

คือพี่สามทำงาน เหมือนเรียนจบไปละไง  แล้วด้วยความเป็นเด็กในวงการอะมันมีผลอะไรยังไงอีกไหม 

ไม่รู้ว่าวุฒิภาวะ คือคำเดียวกับประสบการณ์มั้ยนะ ฮ่าๆ แต่มันสำคัญมากๆอะ
ยิ่งเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี งานก็ไปได้สวยนะ ละก็ เรื่องของการวางแผนชีวิตนี่แหละ
ที่สมมติอนาคตมีครอบครัว เราจะสามารถมีเวลาให้กับครอบครัวเพิ่มมากขึ้นได้

รวมๆ กันแล้วมันก็ เป็นเรื่องราวระหว่างทาง

•  เรื่องนี้มีให้พูดยาวว่ะ 555  หลักๆที่อยากให้มองเห็นกันคือการฝึกวิธีการคิดนี่แหละ งานด้านนี้ พี่ว่ามันแยกหลักๆสองด้านนะ คือด้านเทคนิค และด้านการคิด

•  ด้านเทคนิคพี่ว่า มันแล้วแต่คน การเข้าใจเครื่องมือ อะไรประปาณนี้ แต่การคิดมันสำคัญมากๆ ด้านเทคนิคมันเหมือนเป็นสับเซ็ตของเรื่องนี้ นอกจากเราจะคิดว่า ทำยังไงให้งานออกมาดี เราก็ได้คิดว่า ทำยังไงให้งานมันให้ประโยชน์ต่อคนรับชมมากที่สุด คิดว่าทำยังไง ให้ลูกค้าเราพอใจ

•  ยิ่งคิดมาก เราก็ยิ่งเจอคำตอบ และคำถามใหม่เรื่อยๆนะ มันเหมือนๆ ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจนะ
ยิ่งรู้ เราก็ยิ่งตั้งคำถาม....  แต่มันดีพี่ว่า สำหรับการงานอะนะ

•  สุดท้ายมันก็จะทำให้เราตกผลึกได้ว่า สิ่งที่ดีทำยังไง ความพอดี มันอยู่ตรงไหน

•  เหมือนงานแต่ก่อน พี่ค่อนข้างใส่อะไรไปสุดโต่ง แต่ตอนนี้ก็มองเห็นละว่า มันไม่ดีเสมอไป หลายๆอย่างมันต้องพอดี

 

อันนี้แอบนึกถึงพี่แก๊ง นกฮูกดีไซน์ที่ไม่ง้อลูกค้า นั่นก็เจ๋ง คือ