ผ่านไปแปปๆ ก็ใช้ชีวิตในชนบทฝรั่งเศสมาได้เดือนกว่าแล้วจ้า เอนทรี่ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยมีภาพประกอบมากนักเพราะไม่ค่อยมีเวลาวาด (ส่วนมากจะเป็นรูปถ่าย ที่ถ่ายมาประมาณล้่านรูปแต่ขี้เกียจลง สรุปก็ไม่มีอยู่ดี) เอาเป็นว่าจะเล่าคร่าวๆแล้วกันว่าพัฒนาการนั้นเป็นเช่นไร :D ยาวเบาๆ

 

 

 

ภาษา

 

 

หลังจากออกจากสนามบินก็มาที่ค่ายของโครงการ จุดประสงค์ของเค้าคือรวมเด็กที่มาจากทั่วโลกมาปรับตัว มาเรียนรู้วัฒนธรรมฝรั่งเศสคร่าวๆก่อนในค่าย ดังนั้นเราก็จะได้เจอเพื่อนใหม่จากประเทศต่างๆ ส่วนมากจะมาจากอเมริกาใต้ อเมริกา และยุโรป มีออสเตรเลียโผล่มาหนึ่งคน .... เอเชียก็คนไทยสี่ จีนหนึ่ง

 

สรุปว่าค่ายนี้ในบรรดาเด็กเจ็ดสิบกว่าคนมีกะเหรี่ยงเอเชียอยู่ห้าชีวิตท่ามกลางฝูงฝรั่ง... 

 

แถมวันแรกที่ค่าย อีเด็กจีนก็ยังนั่งเครื่องมาไม่ถึง กรี๊ด =[]=

 

เอาวะ ไทยก็ไทย คนไทยเฟรนลี่อยู่แล้วเราคงไม่โดดเดี่ยวกันสี่คนหรอก! ว่าแล้วก็เริ่มปฎิบัติการหาเพื่อนใหม่โดยเพ่งเล็งไปยังประเทศที่เดินทางมาคนเดียวก่อน .... ฮาย ยูมาจากประเทศไรอ่อ มานั่งกับเรามั้ย ... แปปๆก็หลอกเด็กสวิสมานั่งเม้าได้ประมาณห้านาทีแต่คุยแม่งไม่รู้เรื่องครับ  สักพัก  เด็กเมกาเดินมา คุยกับเราประมาณสามคำแล้วก็สร้างโลกส่วนตัวกับเด็กสวิสสองคน

 

 

ไอ้...... 

 

 

แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเค้าหรอก คือมันก็ปกติใช่ปะถ้าเราคุยกับใครไม่รู้เรื่องแล้วเจออีกคนที่สนทนากันเข้าใจ เราก็เลือกคนที่เราเข้าใจกันอยู่ละ...

 


 

 

 

แต่ไคลแมกซ์มันอยู่ตรงที่คนทั้งค่ายฟังอังกฤษสำเนียงไทยไม่รุเรื่องครับUndecided

 

 

 

 

ตอนทำงานกลุ่ม จับคู่ แม่งกดดันมากกกกก คือแบบให้งานมาเป็นเรียงลำดับเหตุการณ์สเตตัสเฟซบุค ซึ่งได้จับคู่กับเด็กฟินแลนด์ ซึ่งอารมณ์ตอนนั้นคือกูแปลออกหมดนะ .... แต่กูไม่รู้กูจะบอกมึงยังไงดี เจอคำว่า ซอรี่ไอด้อนอันเด้อสแตนไปวันละล้านรอบ ผ่านวิกฤตการณ์งานกลุ่มมาหลายหน ความกดดันแรกถาโถมเข้ามาในวันเดียว ...คือจริงๆกูก็ไม่ได้โง่มากนะ แต่ทำไมกูพูดอะไรไม่รู้เรื่องเลยวะ


ไม่เคยคิดว่าจะอยากกลับบ้านมาก่อนเลย แต่ตอนนี้เริ่มคิด....

 

 

 

คือเข้าใจปะว่าฝรั่งเนี่ย คือจริงๆถ้าไม่ใช่ประเทศที่ใช้อังกฤษเป็นภาษาแม่ก็กากพอๆกัน แต่สำเนียงมันยังไงก็ไม่ต่างกันมาก ยุโรปมันก็พอฟังสำเนียงกันเองเข้าใจ เมกาออสเตรเลียชิว เมกาใต้มากันประเทศละคนสองคน แต่พอมารวมกันทั้งทวีปก็กลายเป็นอาณาจักรกลุ่มผู้ใช้ภาษาสเปนคุยกันฟุตฟิตฟอไฟ   จะมีก็แต่ไทยแลนด์นี่แหละที่ประกาศตัวเป็นรัฐอิสระ ภาษาแม่ก็ภาษาไทย ไม่มีประเทศไหนใช้อีกแล้ว   ดังนั้นเด็กไทยสี่ชีวิตเลยปลอบใจตนเองด้วยการพูดกันเองเป็นภาษาไทย และนินทาฝรั่งในระยะเผาขน


 

 

ส่วนเด็กจีนที่พูดถึงตอนแรก หลังจากรอคอยมาหนึ่งคืนนางปรากฏตัว ปรากฏว่าเป็นจีนตาโตแต่งตัวอินเตอร์ มีประสบการณ์ไปแลกเปลี่ยนที่เยอรมันมาก่อนหนึ่งปี อังกฤษคล่องมาก ฝรั่งเศสเทพชิบหาย เราจึงไม่นับมันเป็นชาวเอเชีย   แต่ความพยายามเมคเฟรนด์กับคนอื่นๆของเราก็ไม่จบลงแค่นี้ ด้วยความเชื่อลึกๆว่ามันต้องมีกะเหรี่ยงฝรั่งที่พูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง และมีภาษาแม่ที่ชาวบ้านเค้าไม่พูดกันบ้างสิ....

 

 

 

และแล้วฟ้าก็ส่งเด็กบราซิลกับโมดาวีมาให้เรา..

 

 

 

บราซิลเป็นประเทศที่น่าสงสารในค่าย ดันตกเป็นอาณานิคมโปรตุเกสในขณะที่อเมริกาใต้ส่วนมากเป็นของสเปน ดังนั้นถึงจะมาจากอเมริกาใต้แต่ก็พูดภาษาสเปนไม่ได้ เลยจัดว่าเป็นชนกลุ่มน้อย (ฮี่ๆ) ส่วนโมดาวีก็พอๆกับไทย คือมีภาษาเป็นของตัวเอง(ใกล้เคียงฝรั่งเศส) แต่อังกฤษไม่ได้เลย แบบไม่เข้าใจว่าเทคอะชาวเว่อคืออะไร ดังนั้นกระเหรี่ยงเหล่านี้เลยรวมตัวกันเป็นชนกลุ่มน้อยเล็กๆยังงี้แหละ แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันเท่าไหร่เพราะภาษาด๋าๆเด๋อๆ ส่วนอีจีนก็ไม่ค่อยอยากสุงสิงกับชาวบ้านเท่าไหร่เลยมารวมๆกัน


 

 

วันสุดท้ายในค่ายเราเลยเขียนจดหมายเล็กๆให้เพื่อนกระเหรี่ยงว่า  ไว้มาเจอกันค่ายหน้า (หนึ่งเดือนหลังจากนั้น) เราจะคุยกันให้มากกว่านี้ เพราะเราจะคุยกันเป็นภาษาเดียวกันแล้วนะ :]

 


 

 

 

แล้วเราก็แยกย้ายกันไปอยู่ตามเมืองต่างๆ

 

 

 

 

 

"Learn French. It is much easier than to understand French speaking English."

 

 

เคยเสิชหาโปสเตอร์โฆษณาภาษาฝรั่งเศสแล้วเจอมา เป็นโปสเตอร์โรงเรียนสอนภาษา แม่งแรงมาก แต่ตอนนี้รู้สึกเข้าใจว่าทำไม  เพราะตั้งแต่นาทีแรกที่หิ้วกระเป๋ามาเจอสต๊าฟค่ายเราก็ได้พบกับภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสที่แม่งฟังยากชิบหาย แถมหลังจากออกค่ายมาสักพักเราก็ค้นพบว่าคนฝรั่งเศสก็เหมือนคนไทยคือแม่งไม่เก่งภาษาอังกฤษ หรือไม่ก็ไม่มั่นใจที่จะพูดภาษาอังกฤษ... พอๆกับคนไทยอะแหละ Undecided ดังนั้นเพื่อนที่เราเกาะด้วยช่วงแรกๆ เลยเป็นเพื่อนที่แบบกล้าพูดภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่รุเรื่องอยู่ดี


 

ด้วยเหตุผลที่ว่า เด็กแลกเปลี่ยนในโรงเรียนก็เหมือนพาหะนำโรคที่แบบแรกๆไปไหนเพื่อนก็จะพยายามแหวกแผ่นดินหนีเพราะเค้าจะไม่อยากพูดภาษาอังกฤษกับเรา อารมณ์แบบ เจอหน้ากัน ทักทายจุ้บๆ เสร็จ เกิดเดดแอร์ขึ้นมา.... ชิ้ง เด็กแลกเปลี่ยนเข้าห้วง พวกมึงคุยอะไรกันอ่อ ตอนนี้ต่อให้เป็นอเมริกา เป็นเมกาใต้ เป็นยุโรป ต่อให้จะสปีคอิงลิชสำเนียงอังกฤษแค่ไหน พอมาอยู่คนเดียวท่ามกลางคนฝรั่งเศสทั้งโรงเรียนก็มีค่าตั้งต้นเป็นศูนย์เท่าๆกัน (รู้สึกสะใจเล็กน้อย.... ไงล่ะพวกมึง เก่งอังกฤษกันมากใช่มั้ย) ภาษาแม่จะมีประโยชน์ก็อีตรงที่พอไปลงคลาสภาษาอังกฤษหรือสเปนในโรงเรียนก็จะกลายเป็นโตรุคมักโตขึ้นมาในทันใด

 

ส่วนภาษาไทยเหรอ ...  แบบแรกๆก็จะถามว่าเราจะ bonjour เป็นภาษาไทยยังไง  เจอสวัสดีเข้าไปคำเดียว ความพยายามในการเรียนรู้ของฝรั่งก็สิ้นสุดลงที่คำว่าสวัสดี ...

 

 ไงล่ะมึง

 

นอกจากนี้เขาก็จะชอบถามว่าอักษรไทยเขียนเหมือนจีนรึเปล่า ... คือฝรั่งเขาจะไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศในแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้เท่าไหร่ เขาจะเข้าใจว่าเอเชียคือจีน จะมีแค่ญี่ปุ่นที่ไม่โดนเอาไปรวมกับชาวบ้าน ทีนี้เลยบอกไปว่าไม่เหมือนกัน ประเทศต่างๆในเอเชียมีตัวเขียนที่ไม่เหมือนกัน (ในขณะที่ภาษาแถบๆประเทศหน้าตาคอเคเชียนจะใช้อัลฟาเบตเหมือนๆกัน) ทีนี้แม่งอึ้ง  และอึ้งกว่าเมื่อเราบอกว่าตัวอักษรไทยมีสี่สิบสี่ตัวไม่รวมสระอีกยี่สิบเอ็ดรูป..

 

 

ไงล่ะมึง  ไงล่ะมึง (คือก็ต้องเข้าใจแหละว่าภาษาไทยมันก็ useless สำหรับเค้าอะนะ... )

 

 

หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตแบบใบ้ๆมาเรื่อยๆ ภาษาอังกฤษในชีวิตลดลงทุกวัน  ผ่านไปหนึ่งเดือน เริ่มฟังคนอธิบายออก พวกบรรยาย สอน ไรงี้ ครั้งนึงไปดูงานที่แกลลอรี่ ฟังสตาฟบรรยายให้โฮสฟังแล้วเข้าใจ อยากปรบมือให้ตัวเองดังๆ Surprised แต่ยังฟังเพื่อนพูดกันเองไม่ค่อยได้ แถทตอนจะพูดทียังสื่อสารแบบต้องใช้เวลาโหลดดิ้ง คิดช้า แกรมม่าผิด ออกเสียงไท๊ยไทย

แต่จากภาษาต่างดาวในช่วงแรกๆ ก็ค่อนข้างชินกับการฟังภาษา ฝ ยี่บสี่ชั่วโมงแล้ว ... เริ่มฝันเป็น ฝ แล้วด้วย ฮี่ๆ 

 

 

ส่วนค่ายรอบสอง คุยภาษา ฝ ปร๋อกับเด็กแลกเปลี่ยนด้วยกัน..... เสือกเข้าใจกันด้วยจากตอนแรกที่ทุกคนเอ๋อแดกพอๆกัน สรุปว่าเป็นหนึ่งเดือนที่พัฒนาการพอใช้ได้เลยเรื่องภาษา


ส่วนภาษาอังกฤษ

 

 

 

จากภาษาอังกฤษสำเนียงไทย....

 

 


 

 

ตอนนี้เริ่มพูดอังกฤษเป็นสำเนียงฝรั่งเศสแล้วจ้ะ เอาไปปนกันแล้วจ้ะ .... Foot in mouth

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จ้ะ

 

orz

 

 


 

 

 

ปล. เดือนแรกทัศนคติค่อนข้างเป็นเชิงเปรียบเทียบ แต่ตอนนี้ชินละ ความเป็นอยู่ตอนนี้สุขสบายดีในชนบท เอนทรี่หน้าจะมาพูดถึงนะ จุ้บๆ

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ว อ่านแล้วสนุกดีจังค่ะ มันส์แทน 555

#17 By คุ๊บ on 2010-12-09 20:59

well, it\'s been such a possibility to know more about the subject as well

#16 By admission essay (93.73.58.158) on 2010-10-21 01:52

ฮาาา สู้ๆนะ นานา
เอาอังกฤษไปปนกับฝรั่งเศส
เข้าใจเลย เคยปนเหมือนกัน
ตอนนี้ ตัด ภาษาฝรั่งเศสทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ไปละ


orz

#15 By EinniF™ on 2010-10-12 14:19

กร๊ากค่ะ
เนื้อหา เจอจริงคงขำไม่ออกเท่าไหร่

แต่สามารถเขียนให้ออกมาสนุกได้ เก่งจริงน่อ

เอาใจช่วยนะ สู้ต่อไป มองโลกในแง่ดีเข้าไว้confused smile

#14 By [ Sai ];charot on 2010-10-11 01:50

น่าอิจฉาค่อดๆ ตัวพี่นี้หนาคลั่งไคล้ไวน์ฝรั่งเศสเป็นกำลัง หากแต่งงานใหม่ได้ คงเป็นสาวฝรั่งเศสเป็นแน่แท้ อย่าลืมไปเที่ยว "วินเยิร์ด" เอารูปมาฝากด้วยนะครับ

#13 By wine under locker on 2010-10-10 23:29

ขอให้เป็นฝรั่งเศสไวๆนะconfused smile
ฮ่าๆ น้องนานา ไปโชว์ความเทพของถาษาไทยซะแล้ว

นึกถึงน้องของพี่ตอนไปอาเจนเลย ตอนแรกๆมันคงพูดสเปนไม่รู้เรื่องแฮะ ตอนนี้คล่องปรื๋อแล้ว

เดี๋ยวสัก3เดือน น้องนานาก็คล่องเองแหละsad smile
ตอนเรียนภาษาอังกฤษกับการเอาไปใช้จริงนี่
คนละเรื่องกันเลยเนอะคะ...

แต่ว่าตอนนี้ก็เริ่มได้ฝรั่งเศสแล้ว
ดีใจด้วยนะคะ สู้ๆเนอะ :)

#10 By momo.mozeiis on 2010-10-09 13:47

confused smile อย่าพูดไทยสำเนียงอังกฤษนะ เดี๋ยวเขางงเอา

#9 By เสี่ยแนน on 2010-10-09 13:47

ชิวิตเด็กนอกมันก็ขมๆอย่างนี้แล confused smile

#8 By sage_nu on 2010-10-09 11:10

เหมือนการหาเพื่อนจะคล้ายๆ การล่าอาณานิคมเนอะ
ฮาๆๆๆ
เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย

เชื้อชาติของคนมันไม่ได้นับจากประเทศที่มันมาละ
มาจากไอ้ที่มันพูดได้แล้วแหละ
ฮาๆๆๆ

สู้ๆ ครับ
เชื่อดิ พอรู้ตัวอีกที ก็เพื่อนเพียบแน่ๆ
ถึงตอนนั้น...
อย่าอัพบล็อกเป็นภาษาฝรั่งนะ
cry Hot!

#7 By วิชัย... on 2010-10-09 10:25

มีรุ่นพี่เราไปแลกเปลี่ยนที่เยอรมันก็กลับมาพูดอังกฤษสำเนียงเยอรมันเหมือนกัน confused smile confused smile

#6 By boon on 2010-10-09 02:28

open-mounthed smile เป็นความทุกข์ทางภาษาที่ฟังแล้ว..หนุกดี อ่าว 5555

#5 By GuGGGar on 2010-10-09 00:47

#2 มาแลกเปลี่ยนอ่า โครงการเดียวกับพี่น้าย (YFU)

#3 มันเป็นคำถามที่เด็กไทยต้องตอบ ฮี่ๆ

#4 By นานาาา on 2010-10-09 00:21

เรื่องที่ว่าสั่งการบ้าน แล้วทำ (ไม่ตรวจ)
กับเรียนคอมพ์ แต่ไม่เล่นเน็ต
มันน่าช็อคมากค่ะพี่นานา ***
ทำไมบ้านเราไม่เป็นงี้บ้าง sad smile
อะไรกัน เผลอแป๊บเดียวนานาหนีไปฝรั่งเศส

#2 By Nagisa Uriel on 2010-10-09 00:06

พี่นานาก็พูดสำเนียงแบบพวกพี่โจ้เลยดิคะ
มีหวังฝรั่ง งง แน่ ๆ sad smile

*อัพบล็อกแล้ว อย่าลืมไปดูเน้อค่ะ cry