ก่อนอื่นก็ขอบอกว่ากลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพแล้วค่ะ
นอนดึกเช่นทุกวัน ยิ่งดึกยิ่งเพ้อเจ้อ
หัวใจงุงิ Undecided
 
 
แล้วก็นึกถึง ครั้งหนึ่งที่สนทนาเรื่องความรัก
 
 
ความรักคืออะไรหรือคะ? 
 
 
คือความผูกพัน คือความพึงใจ คือพรหมลิขิต คือเสน่หา
คือความวุ่นวาย ความสับสน คือภาพลวงตา
โดยรวมแล้วๆ เราอาจสรุปนิยามต่างๆได้ว่า
ปัญหาต่างๆในความรัก 
มักเกิดจาก  การรัก  และการไม่รัก
 
 
ความรักเป็นเรื่องราวของคนสองคน
 
....
 
 
แค่สองคน เท่านั้นหรือ? 
 
 
 
      วันหนึ่งฉันได้รู้จักกับจูลี่ อิสมาแอล และอลิส สามหนุ่มสาวชาวปารีเซียงผู้ใช้ชีวิตรักร่วมกันทั้งสามคน
      จูลี่รักอลิสและอิสมาแอล อิลมาแอลรักจูลี่กับอลิส อลิสรักอิสมาแอลและจูลี่
      ทั้งสามคนรักกัน 
      เรื่องราวเหล่านี้คงไม่เป็นหนัง ถ้าชีวิตรักของทั้งสามจะเรียบง่ายสวยงามไปจนจบเรื่อง
 
 
    Les Chansons d'Amour (2007) แปลเป็นไทยได้ว่าบทเพลงแห่งรัก  เป็นหนังเพลงสัญชาติฝรั่งเศสโดยผู้กำกับ Chistophe Honoré  นำแสดงโดย Louis Garrel และนางเอกอีกสองคนที่ฉันไม่รู้จัก (อย่าถามว่าทำไมจำได้แต่ชื่อพระเอก อิอิ)  ใจความสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของรักสามเส้า
 
    เรื่องราวจริงๆของหนังเริ่มต้นขึ้น  เมื่อมีคนหนึ่งหายไปจากสมดุล
    แทนที่สองคนที่เหลือจะแฮปปี้กับการใช้ชีวิตคู่  เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างนั้น
 
    บางทีเรื่องระหว่างเราก็เป็นเรื่องของ "เราสามคน"
    ไม่อาจมากไปกว่านั้น  และไม่อาจน้อยไปกว่านั้น 
 
    หรือเราอาจจะพบใครอีกคน ที่เป็นความรักครั้งใหม่ให้เรา ? 
 
 
 
   ในหนังเรื่องนี้ เราจะไม่ได้เห็นอะไรสไตล์ฮอลลีวูดอเมริกัน การตัดต่อ การดำเนินเรื่อง กลมกล่อมไปกับบทเพลง โดยเฉพาะการถ่ายภาพที่ละเมียดละไม ไล้โลมสวยงามชวนเคลิ้มฝัน โดยเฉพาะฉากเลิฟซีนในเพลง Ma mémoire sale เป็นหนึ่งในเลิฟซีนที่สวยที่สุดเท่าที่เราเคยดู
 
    บทเพลงแห่งรัก  จะพาเราเข้าไปสัมผัสความงามของรักที่ไม่มีอยู่ในความคิดสามัญของคนเรา
    ความรักที่ไม่ยึดติดกับการเป็นคู่  ไม่มีพรมแดนทางเพศมาขวาง
 
    คือรักที่สวยงาม และลอยอยู่เหนือเส้นกรอบต่างๆ ทั้งปวง

 
 
 
    ตัดกลับไปที่หนังสัญชาติสเปน มาเรีย เจมส์ และมาร์ค ทั้งสามคนเป็นนักเรียนศิลปะในคลาสเดียวกัน ทั้งสามคนแตกต่าง แต่เป็นฝ่ายเติมเต็มให้กันและกันอย่างน่าประหลาด
 
    มาร์ค หนุ่มหล่อ รวย ขี้อาย มีพรสวรรค์แต่ไม่ได้รักการวาดรูป  เขาเป็นเพื่อนรักกับเจมส์ หนุ่มเซอร์ขี้เล่นที่มีความทะเยอทะยานแต่ขาดฝีมือ   มาร์คและมาเรียดูเหมือนจะชอบพอกันอยู่พอสมควร
 
    แต่ Castillos de cartón (ปราสาทกระดาษ) เริ่มต้นเรื่องได้เพี้ยนกว่าที่เราคิดมาก !!!!
 
   
 
     วันหนึ่ง หลังจากเล้าโลมกับมาเรียได้สักพัก  มาร์คก็ค้นพบว่าตัวเองไม่อาจหาญพอที่จะมีเซ็กซ์กับมาเรีย
     อาจจะเพราะว่าเขากลัวและขี้อายที่จะเริ่มต้น .... แต่ทันใดนั้นเจมส์ก็เปิดประตัวผลั๊วะเข้ามา และจะอาสาตัวเป็นผู้ช่วยทำแทนเพื่อนเอง !!!!!
 
     เรื่องราวความสัมพันธ์แบบ 3some เลยเริ่มต้นขึ้นแบบนั้น Undecided
 
     แม้ทั้งสามจะมีความสัมพันธ์ที่สมดุลและ win win พอใจกันทุกฝ่าย (แม้ช่วงแรกจะยากลำบากสำหรับมาเรียไปบ้าง)  แต่จะเป็นไปได้หรือที่เราจะรักษาความรักแบบเราสามคนไว้ได้ตลอดไปโดยไม่สนใจสังคมรอบข้าง? 
 
 
      Castillos de cartón เป็นอีกหนังที่ดำเนินเรื่องแบบเงียบเชียบ  อันที่จริงเราแทบจะไม่ได้ดูอะไรเลยนอกจากการมีเพศสัมพันธ์ของตัวละคร (เลิฟซีนโหดมาก !!!!)  แต่รู้ตัวอีกทีเรื่องราวก็เข้ามาสู่ช่วงท้ายพร้อมกับคำถามต่างๆมากมายที่เราพอจะจับใจความได้ไม่เป็นชิ้นไม่เป็นอันในหัว 
 
      จริงหรือที่ความรักต้องอยู่ในรูปแบบของการเป็นคู่ ?
 
      สามัญสำนึกอาจมีคำตอบให้เราว่ามันผิดจารีต มันผิดธรรมชาติ  ถ้ารักแบบทรีซัมจะไปไม่รอดมันก็เป็นเรื่องปกตินี่ ... แต่มาคิดอีกที   คือใครกันที่ติดสินให้ความรักติดอยู่ในรูปแบบนั้น และพอมารู้ตัวอีกที คือสังคมรอบข้างที่มีส่วนพิพากษาสำคัญเช่นกัน
 
 
 
       ปิดท้ายเอนทรี่ด้วยหนังรักสามเส้าธรรมดาใสๆกันบ้าง (เดี๋ยวหัวใจวายตายกันไปหมดซะก่อน)
 
 
 
 
ใน Les Amours Imaginaires   มารีกับฟรานซิสเป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสองคนตกหลุมรักผู้ชายคนเดียวกัน   และเมื่อนิโคลาพอใจที่จะเล่นเกมรักนี้ไปพร้อมๆกัน ทั้งสามเลยตกเข้าสู่วังวนของรักสามเส้าโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
       เขียนบท กำกับ และแสดงเองโดย Xavier Dolan  หล่อลาก และมากฝีมือ Wink
 
 
       จริงๆถ้าให้พูดถึงเนื้อเรื่อง ก็เป็นหนังรักสามเส้าธรรมดานี่แหละ แต่นานากรี๊ดให้เรื่องนี้แรงๆเพราะวิธีการนำเสนอและการตัดต่อไม่ให้หนังง่ายเกินไปนัก (แบบบางครั้งภาพที่เราเห็นก็ค่อนข้างเป็นนามธรรม) เสื้อผ้าหน้าผมและโทนสีเป๊ะจนต้องกรี๊ด เมื่อบางครั้งรวมกับเพลงประกอบแล้วก็ต้องบอกว่า - สวยขาด - จนใจละลาย
 
       อธิบายไม่ถูกจริงๆนะ ต้องลองดูตัวอย่างเอง
 
 
 
       เอาเป็นว่าใครไม่รู้จักก็ลองไปหาดูนะคะ  ชื่อภาษาอังกฤษว่า Heartbreaker ค่ะ
       (หนังเป็นภาษาฝรั่งเศส ไม่ติดเรทค่ะ น้องๆหนูๆที่ติดตามบล็อกนานาสามารถหาดูได้อย่างสบายใจ ;] )
 
 
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
ปล . คิดว่าบล็อกนี้เด็กๆติดตามเยอะ   แต่เชื่อว่าหนูๆมีความคิด
       เราให้เรตสองเรื่องแรกไว้ที่ 15+ และ 18+
       เพราะคงต้องเป็นเด็กโตหน่อยจริงๆ ที่ดูแล้วจะเข้าใจอารมณ์หนัง เข้าใจสารที่เขาจะสื่อ
 
 
ปลล . ตอนดูก็พยายามไม่เอาไปเทียบกับน้ำตาลแดงนะ  แต่อดไม่ได้จริงๆ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

#13 By keaw (103.7.57.18|223.205.181.253) on 2012-10-02 02:01

Nice website Your style is very unique in comparison with most other writers Thanks to sharing

#12 By Register website name (202.62.83.8) on 2012-01-23 17:02

I like this one..Interesting to read this great item Indeed Because I Have Known Many great and new things from you.open-mounthed smile
<a href="http://www.adodis.com/Website-Design-Qatar.php">Web Design Qatar</a>

#11 By Web Design Qatar (27.34.249.14) on 2011-07-13 18:06

ชอบจังเลย open-mounthed smile confused smile Hot!

#10 By ปิยะ99 on 2011-07-12 14:12

เย้ 18 แล้ว
ดูได้ๆ

#9 By bentie~ on 2011-07-10 20:46

ไม่เคยเห็นหนังเรื่องนี้เลย ถ้าเจอจะลองเอามาดู big smile

welcome to thailand ด้วยนะคะ

#8 By น.ส.ซุ่มซ่าม on 2011-07-09 22:31

#6 นานาไปแลกเปลี่ยนมาค่ะ บ้านโฮสแฟมิลี่อยู่ในชนบทเลยไม่รู้จะเรียกว่าอยู่เมืองไหนดี - -เอาเป็นว่าอยู่ห่างจาก Nantes กับ Angers ประมาณชั่วโมงนึงค่ะ

#7 By นานาาา on 2011-07-09 15:06

อ่าน่าดูอ่ะ

ว่าแต่ไปอยุ่ฝรั่งเศษมาหรอค่ะ
เราก็เหมือนกันนะ
ไปเรียนที่นู้น10เดือน
พอดีปิดเทอมเลยมาหาแม่อ่ะ
ว่าแต่ไปอยุ่เมืองอะไรมาเอ่ยย???embarrassed

#6 By NatachaCha23 on 2011-07-09 13:32

รู้แต่รักออกแบบไม่ได้ ยิ่งอยากให้เป็นแบบไหนยิ่งเป็นได้ยากที่สุด
แต่ความรักที่ดีที่สุดก็ต้องยกให้รักของพ่อแม่
surprised smile

สีของหนังน่าดูดีอ่ะ

#5 By Paa orKant on 2011-07-09 11:09

อะฮึopen-mounthed smile

#4 By Airin on 2011-07-09 10:09

จริงๆความรักไม่เคยมีกฎเกณฑ์หรือรูปแบบอยู่แล้ว
แต่คนเราเองที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมา เราคิดว่าอย่างนั้นนะคะ

(แต่ถึงเราจะเชื่อแบบนั้น มันก็คงมีหลายครั้ง ที่เราคิดประมาณว่า เฮ้ย คู่นั้นน่ะเหรอ จะเป็นไปได้ไง อะไรแบบนี้อยู่เสมอ sad smile )

คงเป็นเพราะความเคยชินของสังคมด้วยมากกว่า

หนังน่าดูจังค่ะ อยากหามาดูบ้าง
(แต่ผู้ติดตามบล็อกหน้าใหม่คนนี้แก่แล้ว ไม่ต้องห่วง 55)

#3 By vinn* on 2011-07-09 09:57

ความรักไม่มีรูปแบบตายตัว
แต่ถูกสังคมกำหนดรูปแบบนั้นมา

หนังน่าดูเหมือนกันแฮะbig smile

#2 By phil_wc - Music - on 2011-07-09 03:03

ซะงั้นอ่ะ

#1 By illman on 2011-07-09 02:47