เดินช้า คือเวลาที่นี่

posted on 16 Oct 2012 21:16 by nanaaa in Talk directory Fiction, Diary

บ่ายวันนี้แดดร้อนเปรี้ยง จากมุมที่เราอยู่มองเห็นสีของใบไม้เป็นสีเขียวโปร่งแสง

เอ้อ ฉากหลังเป็นฟ้าใส พูดกันง่ายๆว่าเป็นวันที่แดดจ้าชิบหายวันหนึ่ง

 

ขยับสายตาเลยไปจากตองกล้วย - ต้นมะม่วงหลังศาสพระภูมิของเราก็โตเท่าเดิม

ที่ดินเปล่าหลังรั้วหน้าบ้านกลายเป็นสวน ต้นไม้งอกคลุมทั่วดินที่เคยแดงเมื่อช่วงซัมเมอร์

แต่ก่อนที่จะเป็นที่ดินว่างๆ มันเคยเป็นป่ามาก่อน 

เคยเป็นมาตลอด ตั้งแต่จำความได้

 

...

 

ตั้งแต่เด็ก

ตรงข้ามบ้านเราเป็นที่ดินอะไรของใครก็ไม่รู้ พื้นที่ในรั้วรอบโดยคร่าวคงใหญ่กว่ามหาวิทยาลัยที่เราเรียนอยู่

ข้อมูลที่พอจะรู้มีเพียงว่า มันไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อะไร  

แต่เพราะไม่ถูกเอามาทำอะไร ต้นไม้จึงได้เติบโต

 

ในป่าแห่งนี้ พี่ข้างบ้านเคยชวนเราเด็กๆแถวบ้านไปเล่นผจญภัยข้างใน

ยายบอกว่าข้างในอันตราย เราเลยยืนรอข้างนอก

แต่ก็คงจะอันตรายจริงๆ เพราะครั้งหนึ่งลุงข้างบ้านเคยเอาขนุนกลับออกมาพร้อมรอยกัดของตัวต่อ

 

นอกจากต้นขนุน ข้างในเคยมีต้นยูคาลิปตัส

มันสูงมาก สูงเลยยอดรั้วขึ้นมาเท่ากับตึกหลายชั้น

และในวันไหนที่พายุฝนกระหน่ำ มันจะโอนเอนดูน่ากลัว

 

นอกจากต้นไม้แล้ว บ้านเรายังมีสิ่งมีชีวิตจากป่ามาเยี่ยมหลายครั้ง

ตะขาบ กบ งู ยุง แมงเม่า แมงป่อง หิ่งห้อย ฯลฯ

 

เออใช่

เสำหรับเด็กอนุบาลคนหนึ่ง 

ภาพของหิ่งห้อยบินเดี่ยวอ้อยอิ่งในระยะประชิด

เป็นภาพที่โคตรมหัศจรรย์ภาพหนึ่ง

 

(สัตว์อื่นๆไม่ขอพูดถึง จำได้ว่าเคยมีเยอะ

แต่ตอนนี้เหลือแต่ยุงที่น้อยลง เพราะถางป่าไปหมดแล้ว)

 

...

 

นั่นแหละ

 

บ่ายวันนี้แดดร้อนเปรี้ยง จากมุมที่เราอยู่มองเห็นสีของใบไม้เป็นสีเขียวโปร่งแสง

ฉากหลังเป็นฟ้าใส พูดกันง่ายๆว่าเป็นวันธรรมดาที่แดดจ้าชิบหายวันหนึ่ง

 

ในห้องนอน เราหลบแดดหลังม่านขาว

นอนฟังเสียงจิ้งหรีด

เคล้าหมาเห่า

 

ละสายตาจากหนังสือ...

 

 

 

แล้วก็หลับไป

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ริงโทนโทรศัพท์ดังจนฉันตื่นแล้วก็นึกขึ้นได้ว่านี่เราคงเหนื่อยมากจนหลับไปมองออกไปข้างนอกฝนยังคงตกและในเวลาแบบนี้รถบนถนนใหญ่ก็จะยังคงติดแม้ฉันจะมองไม่เห็นถนนเพราะนอกหน้าต่างเห็นเพียงหน้าต่างของตึกฝั่งตรงข้ามฉันถอนหายใจหนึ่งครั้งเมื่อทำใจได้ว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันและในความเป็นจริงนั้นฉันยังคงติดอยู่ที่นี่ในห้องห้องนี้ที่ต้องใช้เงินซื้อพื้นที่หายใจโอเคมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรฉันทำใจได้ดีแต่ยังได้ไม่หมดเพราะในตอนนี้ฉันยังลุกขึ้นมาไม่ไหวกดสไลด์ปุ่มโทรศัพท์รับสายก่อนบอกว่าโอเคเดี๋ยวจะออกไปหลับตาอีกครั้งกำหนดลมหายใจยังไม่อยากลุกเลยให้ตาย...
 
 
มันเป็นห้านาทีที่ไวเหมือนปิศาจ
 

 
 

Comment

Comment:

Tweet

โอย ชอบมากๆ อ่านแล้วดูผ่อนคลายไม่ปวดหัวเลยbig smile

#3 By Linghokkalom on 2012-10-17 23:34

มันเป็นห้านาทีที่ไวเหมือนปิศาจ จริงๆ 

#2 By illman on 2012-10-17 14:55

ชอบเอนทรี่นี้อะ ทั้งวิธีการเขียน สำนวน พลอต และเนื้อหาเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างที่รวมกันอยู่ในเรื่อง ป่าที่ถูกถางไป ความทรงจำวัยเด็ก ใบไม้ที่สะท้อนแสง
ถ้าบอกว่าชอบจนเกือบอิจฉา แต่ปกติหลงตัวเองเกินกว่าจะอิจฉาคนอื่นแถมไม่นิยมความอิจฉาเลยไม่อิจฉา นานาจะเข้าใจไหมว่าชอบขนาดไหน
ทั้งวิธีการที่ไม่เว้นวรรคตอนจบก็ดีมาก
"นอกหน้าต่างเห็นเพียงหน้าต่างของตึกฝั่งตรงข้าม" เกลียดไอ้ตึกแบบนี้ชะมัด แต่มันก็มีมากขึ้นทั่วไปหมด ตอนแรกก็ไม่มีหรอก แต่มันกลายเป็นตึกแบบนี้ทันทีที่มีคนมาสร้างตึกขึ้นตรงข้าม = =;;
ปล. ในชีวิตนี้เคยเห็นหิงห้อยหนึ่งตัวถ้วน และเห็นด้วยว่ามันอัศจรรย์ยิ่ง

#1 By ald_aruza on 2012-10-16 22:30