France

โรงเรียนฝรั่งเศส

posted on 14 Mar 2012 13:52 by nanaaa in France directory Travel, Knowledge
เมื่อวันก่อนไปเที่ยวกับเพื่อนฝรั่งแถวท่าแพมา เลยได้ฟีลเด็กแลกเปลี่ยนกลับมาบ้าง
นึกขึ้นได้ว่าไม่ค่อยได้เขียนอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่นั่นเลย​(ส่วนมากก็รูปเที่ยวๆๆๆ)
เหมือนจะแฮปปี้ แต่ถ้าใครติดตามอ่านชีวิตในบอร์ดฟอนต์ จะรู้ได้ว่ามันก็ออกขมๆเป็นส่วนมาก
เพราะการไปแลกเปลี่ยนมันไม่ได้มีแค่เที่ยว แต่ว่ายังมีเรื่องของ "โรงเรียน" อยู่นี่นา...
 
 
(เอนทรี่นี้ออกแนวให้ความรู้เยอะนิดนึง แต่ก็มาจากมุมมองเราล้วนๆในเชิงเปรียบเทียบ โปรดพิจารณาตาม)
// อีกนิด  อีกนิด  บางคนอาจจะเข้าใจผิดคือ จขบ ไปแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศสปี 2010-2011 ค่ะ ตอนนี้กลับไทยแล้วจ้า แต่จะพยายามเขียนอะไรจากความทรงจำมาเรื่อยๆนะ (เพราะทิ้งไว้ให้ตกตะกอนแล้วมันจับหัวข้อง่ายกว่า)
 
 
 
 
 
     Lycée แปลว่าโรงเรียนมัธยมปลาย ( Highcshool ประมาณนั้น ) การไล่ลำดับชั้นของโรงเรียนที่นี่จะแปลกๆไปจากที่อื่นเพราะว่านับเลขแบบนับถอยหลัง! คือเมืองไทย ยิ่งเรียนสูงเลขยิ่งมากใช่มะ แต่ที่นี่จะนับเลขน้อยลงเรื่อยๆ  โดยที่โรงเรียนมอปลายที่นี่จะประกอบไปด้วยชั้น seconde (=2nd) เทียบเท่ากับมอสี่  premiere (=1st)  เท่ากับมอห้า และ Terminale (ประมาณว่าปีจบ ปีสุดท้าย) เท่ากับ มอหก โรงเรียนมัธยมปลายทั่วไปจะเรียน seconde รวมๆกันไปก่อน แล้วค่อยแยกสายตอนเข้าสู่ชั้น premiere ต่างจากเมืองไทยที่แยกสายทันทีตอนขึ้น ม. ปลาย
 
     โรงเรียนมัธยมปลายในฝรั่งเศสจะแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ โรงเรียนสายอาชีพกับโรงเรียนสายสามัญ โรงเรียนสายอาชีพส่วนมากจะดูเจ๋งเพราะสอนเฉพาะด้าน มีหลายอาชีพทั้งด้านศิลปะ กายกรรม ทำขนมปัง ทำชีส แม้กระทั่งโรงเรียนสอนเดินพาเหรด ! (อย่างที่เมืองนีซ เพราะเมืองนีซมีเทศกาลเดินพาเหรดโด่งดังมาก) อาจจะฟังดูเจ๋งสุดๆ แต่โรงเรียนที่นานามาเรียนดันเป็นโรงเรียนมัธยมปลายธรรมด๊าาาา ธรรมดา สายสามัญนั่นแหละ คือมีสายวิทย์ คำนวณ ภาษา เหมือนที่ไทยเด๊ะๆเลย....
 
     และโรงเรียนสายสามัญที่นี่ ไม่สนุก ! 
 
 
      ทุกครั้งที่นานาเห็นข่าวทำนองว่า "เด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก" แล้วทุกคนก็พากันเฮโลไปแสดงความคิดเห็นพร้อมยกตัวอย่างว่า "ประเทศอื่นๆเค้าก็ไม่เห็นเรียนหนักอย่างนี้ เด็กเลยไม่เครียด เลยเรียนได้ดี" ขอบอกว่า ไม่เห็นจะจริงเลยยยยยยยยย (อย่างน้อยก็ที่ฝรั่งเศส) เพราะว่า 8 โมงคือเวลาที่ต้องเดินเข้าห้องเรียน และ 5 โมง คือเวลาที่กระดิ่งเลิกเรียนจะลั่น (แถมบางวันก็เลิก 6 โมงเย็น) เอาเป็นว่าที่นี่เรียนกันวันละ 7-8 คาบเหมือนที่เมืองไทยเด๊ะๆ และเราคิดว่าเค้าเรียนกันจริงจังสุดๆ ยกเว้นวันพุธที่จะเลิกตอนเที่ยงเพื่อให้เด็กเอาเวลาช่วงบ่ายไปเข้าคลับหรือชมรมต่างๆในเมือง (ถ้าเมืองไทยก็คล้ายๆที่มี รด ครึ่งวัน) อย่างตอนนานาไปนานาก็ไปเรียนวาดรูปตอนเย็นอะไรงั้น เรียนวาดรูปเนี่ยสนุกสุดละ '_____' (จริงๆมี drama class ที่โรงเรียนเจ๋งมากๆๆๆ แต่ว่าไม่มีรถกลับบ้านก็เลยไม่ได้ลง ๕๕)
 
      แต่นอกจากจำนวนชั่วโมงในการเรียนแล้ว อะไรๆกลับไม่เหมือนที่เมืองไทยเลยแฮะ (อย่างน้อยก็จำนวนนักเรียนที่จะมีแค่ประมาณ 20 คนต่อหนึ่งห้องเรียน)
 
 
      ... ที่นี่ไม่มีชุดนักเรียน ไม่มีรุ่น ไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับโรงเรียน
 
         หลายๆคนอาจจะรู้ว่าเมืองนอกไม่มีเครื่องแบบ ไม่ใช่เพราะเขาให้เสรีภาพในการแต่งกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่ฝรั่งเศสโรงเรียนยังไม่มีรุ่น ไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้อง ไม่มีเพลงโรงเรียน ไม่มีกิจกรรม ไม่มีกีฬาสี ไม่มีอะไรหล่อหลอมให้เกิดความรู้สึกว่าเรา "เป็น" ส่วนหนึ่งของโรงเรียนเลยสักนิด ทั้งหมดนี้ก็เพราะคนฝรั่งเศสนั้นรักอิสระและให้ความสำคัญกับความเป็นเอกเทศมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องไม่แปลกเลยที่นักเรียนในหนึ่งสายชั้นถึงจะมีน้อยแต่ก็ไม่รู้จักกันทั้งหมด ( ประมาณว่าไม่จำเป็นต้องรู้จักคนมาก แต่เพื่อนที่อยู่ด้วยกันก็เป็นเพื่อนที่สนิทมากๆ ) อีกอย่างโรงเรียนเป็นที่ที่มีไว้แค่เรียนหนังสือเท่านั้นจริงๆ เลิกเรียนทุกคนก็พากันกลับบ้าน ไม่มีอะไรสนุกๆให้ทำเท่าไหร่ (มีงานแฟร์โรงเรียน ปีละครั้งมั้ง ง่อยมากด้วย)
 
        แต่ถึงแม้จะไม่มียูนิฟอร์ม คนที่นี่ก็ไม่ได้แต่งตัวแข่งกันเท่าไหร่นัก เพราะว่าเสื้อผ้าที่นี่ถึงจะกากๆ แต่ก็แพงมากกกกกกกก และคนที่นี่ไม่ชอบตามกระแสเพราะชอบเป็น original เป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นการแต่งตัวในโรงเรียนจึงมีหลากหลายเลยตั้งแต่เสื้อผ้าธรรมดา สาวๆแฟชั่นนิสต้า ฮิพฮอพ ข้าวสารแรกเก้ (เป็นเทรนด์ที่ฮิตมากๆ) ไปจนถึงโกธิคโลลิต้าฮาราจุกุ ! จะทำสีผม แต่งหน้า เจาะสักก็ทำกันเต็มที่เพราะนี่คือสิทธิของคุณ แต่ไม่เคยเจอใครแต่งตัวโป๊เลยสักคน ( ปล. เสื้อกล้ามเป็นเรื่องปกติ)
 
        แต่ลองคิดว่าถ้าเมืองไทยไม่มียูนิฟอร์มบ้าง ยังไงเด็กไทยก็อาจจะแต่งตัวตามแฟชั่นเหมือนๆกันจนเป็นยูนิฟอร์มอยู่ดี แบบชุดผู้หญิงต้องกระโปรงยาว ต่างหูขนนกอะไรทำนองนั้น ขนาดชุดไปรเวทยังแต่งเหมือนกันทั้งประเทศเลย...
 
 
โรงเรียนฝรั่งเศสโดดเรียนยาก เรียนยาก จดเยอะ จบยาก..เหี้ยๆ
 
     บางคนอาจจะบ่นว่ากฏระเบียบเยอะ อะไรไม่รู้ แต่เราก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันยากและเคร่งจริงๆอย่างที่พูดกันมั้ยเพราะนานาเองก็โดดเรียนบ่อยมากตอนอยู่เมืองไทย แต่ว่าตอนอยู่ฝรั่งเศสกลับโดดเรียนไม่ได้เลย...  เพราะคลาสเรียนที่นี่ถึงไม่มีเคารพธงชาติก็จะเช็คชื่อทุกคาบ แล้วถ้ามีใครไม่เข้าเรียนคาบไหนโดยไม่มีใครแจ้งเหตุผลก็จะถูกโทรไปรายงานที่บ้านทันที และมีจดหมายสรุปจำนวนครั้งที่เข้าเรียนและจำนวนครั้งที่ขาดส่งให้ทุกครั้งที่มีการแจ้งผลสอบอีกตะหาก (โอ้วววว) ถ้าเข้าห้องเรียนสายก็ต้องไปเขียนใบขออนุญาตเข้าห้อง วันไหนขาดก็ส่งคูปองใบลา (ทุกคนจะมีสมุดประจำตัวคนละเล่ม มีตารางสอนกับคูปองใบลาใบขาดให้ฉีกมาใช้) แต่ที่แปลกคือเด็กที่นี่เต็มใจทำตามระบบนี้กันหมด และไม่ค่อยมีเพื่อนโดดเรียนเท่าไหร่นัก (อาจจะมีบ้าง แต่คนที่หลุดก็จะหลุดโลกไปเลย) เอาเป็นว่าถึงที่นี่จะดูกฏระเบียบน้อยแต่ก็เคร่งและทำกันจริงจังนะ จะบอกให้ !
 
     นอกจากนี้ที่นี่ยังเรียนกันจริงจังอีกด้วย ถ้าให้เปรียบเทียบก็คือเมืองไทยยากเพราะ scope ในเรื่องกว้างๆ มากกว่าจะเรียนแบบเจาะลึก เหมือนเรียนให้รู้มากๆแต่ไม่รู้จริง และการเรียนของเมืองไทยนั้นเป็นการเรียนเพื่อ "ให้รู้" แต่ที่ฝรั่งเศสจะมีเรื่องให้เรียนไม่กว้างเท่า แต่ไม่ได้เรียนเพื่อให้รู้อย่างเดียวเพราะหลักสูตรเขาสอนให้ "คิด" ด้วยเช่นกัน
 
     การเรียนให้คิดจริงๆเป็นแบบไหน? ขอยกตัวอย่างวิชาประวัติศาสตร์ที่ครูจะเอาข้อมูลมาให้เด็กวิเคราะห์ด้วยกัน (ข้อมูลอาจจะเป็น แผนภูมิ แผนที่ ข่าวในหนังสือพิมพ์เก่า รูปภาพ การ์ตูนล้อ ฯลฯ) แล้วนำข้อมูลที่มีมาลองสรุปตีความด้วยกันอะไรประมาณนั้น พอพรีเซนต์เสร็จครูก็จะขยายข้อมูลที่มีให้เป็นการสอนไปด้วย ดังนั้นการเรียนการสอนและการบ้านของที่นี่จึงมีแต่ "คิด คิด และคิด" ทั้งวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็น วิชาวรรณคดีก็จะไม่ได้เรียนแค่ถอดวรรณคดีบางบท แต่ให้อ่านเป็นเล่มๆ แล้ววิเคราะห์มันตั้งแต่การแต่งตัว สัญลักษณ์ ไปจนถึงความคิดของกวีในขณะที่แต่ง อะไรทำนองนั้น  ที่สำคัญคือเรียนกันจริงจังมากกก แม้แต่วิชาพละก็เรียนกันโคตรจริงจัง (เรียนทีละ 2 ชั่วโมงแบบจริงจัง) แบบสมมุติว่าเรียนบาส ก็คือเล่นบาสมันทั้งสองชั่วโมงนั่นแหละ เรียนกรีฑา ปิงปอง ก็เรียนจริงจังจนเล่นเป็น และให้คะแนนยากตามเกณฑ์เป๊ะๆด้วยเช่นกัน เพราะครูไม่สนิทกับนักเรียนเหมือนที่เมืองไทย
 
    เวลาสอบ ข้อสอบบางวิชาจึงมีทั้งข้อเขียน(ไม่มีกากบาท) และสอบสัมภาษณ์กับอาจารย์ เด็กที่นี่จะเครียดกับการสอบมากโดยเฉพาะการสอบประมวลความรู้ปลายปี (หรือเรียกว่าสอบ bac) พูดง่ายๆว่าเป็นการสอบเลื่อนชั้นของแต่ละปีนั่นเอง ถ้าสอบไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะต้องซ้ำชั้น เรียนช้าอะไรทำนองนั้น ต่างจากประเทศไทยตรงที่เรามักจะ "ช่วยเหลือเด็ก" ให้เรียนจบๆไป จนวุฒิ ม.6 ทุกวันนี้ไม่สามารถวัดคุณภาพอะไรได้เลย เพราะไก่กาอาราเล่แค่ไหนก็เรียนจบไดเหมด ดังนั้นการวัดคุณภาพที่เป็นรูปธรรมที่สุดก็เลยเป็นการ "สอบ" นั่นเอง.... 
 
    ดังนั้นการเข้ามหาลัยเค้าก็จะไม่ยึดติดเรื่องมหาลัยเพราะจบจากที่ไหนก็ถือว่ามีมาตรฐานเท่ากัน (สอบผ่าน bac แล้ว ก็ถือว่าใช้ได้ เรียนมหาลัยได้ เย้เย้เย้) ยกเว้นบางที่ที่ดังๆก็จะเข้าสอบยากนิดนึง
 
 
 
        ฟังดูเครียดๆมั้ย? แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆนะเพราะเรียนก็คือเรียนนี่นา คนที่นั่นพอเรียนหนักขนาดนี้แล้วเค้าก็จะไม่ไปเรียนพิเศษข้างนอกต่อ( เพราะถือว่าเรียนในโรงเรียนก็เพียงพอแล้ว และโรงเรียนแต่ละที่มีมาตรฐานการเรียนการสอนการให้คะแนนเท่าๆกัน ) เลยมีงานอดิเรก มีกิจกรรมอื่นทำนอกโรงเรียนให้ทำ  โรงเรียนที่นั่นทำหน้าที่เป็นเพียงสถานที่ให้การศึกษามากกว่าเป็นบ้านหลังที่สองอย่างโรงเรียนไทย  แต่ไม่ว่าจะที่ไหนๆ นักเรียนก็มีเบื่อบ้าง เล่นบ้าง อะไรบ้างกันทั้งนั้นแหละ ฮ่าๆ
 
 
        เราเขียนเอนทรี่นี้เพราะเราเบื่อกระแสเรื่องระบบการศึกษากากสุดๆ  คือมันก็กากจริงๆนะแต่เราไม่เห็นว่านักเรียนไทยมันจะดีไปกว่าระบบตรงไหน คิดจะโดดก็โดด รายงานก็ก๊อบวาง (ถ้าเป็นที่นั่นจำนวนครั้งที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานนับครั้งได้เลย ห้องสมุด+เขียนมือทั้งน้ัน) เอาเป็นว่ามันแตกต่างมาตั้งแต่วิธีคิดของเค้าที่สามารถผลิตความคิดเป็นของตัวเองออกมาได้ละ มีความรับผิดชอบในตัวเองละ  แต่เมืองไทยยังขาดตรงนั้น เวลาครูถามความคิดเห็นต่อสิ่งนั้นสิ่งนี้ก็ไม่ค่อยมีใครตอบออกมาเท่าไหร่ (หรือบางทีครูไม่เคยถามนะ) แต่เสน่ห์ของโรงเรียนไทยก็คงจะเป็นความน่ารัก ความอบอุ่นที่เรามีให้โรงเรียน  มันก็ดีไปคนละแบบเหมือนกัน :]
 
 
 
 
      เอาเป็นว่าเล่าสู่กันฟังนะ ๕๕๕ ยินดีรับคอมเม้นทั้งสั้นและยาวค่ะ ไว้เจอกันใหม่เน่อ
 
 
 
 
// แต่เพื่อนที่นั่นก็น่ารักนะ เวลาพักสิบ กับพักเที่ยง ก็จะออกมายืนกันข้างนอก นั่งเล่นนอนเล่นตรงสนามโรงเรียนเม้ามอยอะไรงั้น (แต่เราก็ยืนฟังอย่างเดียว หงึกๆ) 
 
// โอ้ว เพิ่งรู้ว่าได้ขึ้นหน้าแรก exteen ด้วย เย้เย้เย้ :] อันที่จริงมันก็ไม่ได้น่าเบื่ออะไรมากมายหรอก แต่ว่าถ้าเทียบกับโรงเรียนไทยเรามั่นใจว่าโรงเรียนไทยสนุกกว่ามากกกกกกกกก (เป็นความทรมานของเด็กกิจกรรมอย่างเรา และเป็นความซวยที่มาแลกเปลี่ยนในโรงเรียนสายสามัญ.... เพราะถ้าไปโรงเรียนเฉพาะด้านคงสนุกกว่านี้) แต่เชื่อเถอะค่ะว่าเราอยู่ในประเทศที่เรียนสนุกลุกนั่งสบายจริงๆ ที่พวกแกบ่นเรื่องเรียนหนักน่ะมันเพราะพวกแกบ้าเรียนพิเศษไปเองทั้งนั้นแหละ *_*